รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) 12 คัน ร่วมระเบิดสงครามความเร็วสุดคลาสสิก Le Mans 24 Hours

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) 12 คัน ร่วมระเบิดสงครามความเร็วสุดคลาสสิก Le Mans 24 Hours

สตุ๊ทการ์ท. ทีมนักแข่งจากทีมโรงงานปอร์เช่ได้สร้างมาตรฐานระดับสูงให้เกิดขึ้นในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ด้วยการส่งรถแข่ง ปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) จากโรงงาน 2 คันลงสนาม โดยตั้งความหวังไว้ว่าจะคว้าชัยชนะบนแผ่นดินฝรั่งเศสแห่งนี้ โดยถือเป็นการวางรากฐานแห่งความสำเร็จในการแข่งขัน FIA World Endurance Championship (WEC) ในฤดูกาลนี้ โดยที่ผ่านมาทีมโรงงานปอร์เช่สามารถรักษาอันดับเอาไว้ได้ด้วยการคว้าแชมป์ 3 รายการจากการแข่งขัน 2 รุ่น ทำให้ทีมโรงงานปอร์เช่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของนักแข่งหลังพวงมาลัย พร้อมลงกรำศึก ที่ Sarthe โดยการแข่งขันในครั้งนี้มีรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) ลงสนามทั้งหมดจำนวน 12 คัน ในรุ่น GTE-Pro และ GTE-Am เพื่อสู้ศึกในสงครามความเร็วทางเรียบระยะยาวอันมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ครั้งที่ 89 โดยครั้งนี้สนามแข่ง Circuit des 24 Heures ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน ในวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2021

การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2021 ที่ผ่านมา ด้วยรอบ pre – test บนเส้นทางที่ผสมระหว่างสนามเซอร์กิต และถนนสาธารณะ ในระยะทางกว่า 13.626 กิโลเมตร นับเป็นเกียรติประวัติแชมป์เปียนส์ 19 สมัย และชัยชนะรวมกว่า 108 รุ่น ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ของประเทศฝรั่งเศส

Pascal Zurlinden ผู้อำนวยการของ Factory Motorsport กล่าวว่า “เราส่งรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์-19 (Porsche 911 RSR-19) เข้าร่วมรายการ Le Mans 24 Hours เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา การขับเคี่ยวอย่างดุเดือดในรุ่น GTE-Pro ทำให้ผมเห็นแนวโน้มผลงานได้ดียิ่งขึ้น สืบเนื่องมาจากเราสามารถเก็บข้อมูล และรายละเอียดเชิงลึกรวมทั้งประสบการณ์ ที่ได้รับจากการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมโรงงานปอร์เช่ และทีมแข่งอิสระ ค้นพบการปรับแต่งรถและการพัฒนารถแข่ง 911 ในเวอร์ชั่นล่าสุดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพื่อลงสนามความเร็วสูงที่ Monza ในรายการ WEC และหลังจากที่เราประสบความสำเร็จและมีผลงานอันยอดเยี่ยมจากรายการ WEC ทำให้เรามีพลังขับเคลื่อนให้เราสู้ต่อที่ Le Mans 24 Hours”
เกี่ยวกับการแข่งขัน
การแข่งขันระยะทาง 13.626 กิโลเมตร บนสนาม Circuit des 24 Heures ของการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมสูงสุดของแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต รวมทั้งยังเป็นไฮไลท์ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ FIA World Endurance Championship สนามแข่งที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ ของเมือง Mulsanne ที่มีประชากรพักอาศัยราว 150,000 คน บนเส้นทางที่ผสมกับถนนสาธารณะสายหลัก ซึ่งปกติจะมีรถบรรทุกนับร้อยคัน และรถยนต์ของผู้คนทั่วไปสัญจรผ่าน บนเส้นทางตรงยาวอันเลื่องชื่อ เพื่อเดินทางจากเมืองเลอ ม็อง (Le Mans) ไปยังจุดหมายอื่นๆ โดยร่องรอยความสึกหรอของพื้นผิวถนนบ่งบอกถึงความยากลำบากและความท้าทายเป็นพิเศษที่นักแข่งทุกคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ฝนตก

จากกำหนดการเดิม การแข่งขัน Le Mans 24 Hours จะถูกจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2021 แต่เนื่องจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้การแข่งขันครั้งที่ 89 ต้องถูกเลื่อนและจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2021 แทน สำหรับแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตกว่า 50,000 คน จะได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งขันสุดโหดที่กำลังจะเกิดขึ้นและยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดจากขอบสนามการแข่งขันระยะยาวสุดคลาสสิกระดับตำนานได้ ในวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2021 นี้

Alexander Stehlig หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ FIA WEC กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่าเราจะสร้างผลงานการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ เนื่องจากปีที่ผ่านมา เราได้สั่งสมประสบการณ์มากมายและได้รับความสำเร็จจากการแข่งขันที่ Spa และ Monza ทั้งหมดคือกำลังใจที่ยอดเยี่ยม ไม่มีอะไรที่จะตอบแทนความพยายามของเราได้ดีไปกว่าชัยชนะบนสนามความเร็วสูงในอิตาลีอีกแล้ว และสิ่งสำคัญสำหรับการแข่งขันระยะยาว 24 ชั่วโมงนั้น คือการรักษาระยะติดตามกับกลุ่มผู้นำเอาไว้ ให้ได้ตลอด ซึ่งจะช่วยให้เรายังคงอยู่ในตำแหน่งที่มีลุ้นต่อชัยชนะในท้ายที่สุด นั่นหมายความว่าเราจะต้องทุ่มเทพลังอย่างเต็มพิกัด นับตั้งแต่ออกสตาร์ท ผมคิดว่านี่คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของเรา”

เนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนานของการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ทำให้คะแนนสะสม และรางวัลที่ได้รับจะถูกคิดเพิ่มเป็น 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันรายการอื่นของ WEC ที่ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลนี้ การแข่งขัน Le Mans 24 Hours จึงเป็นรายการแข่งขันที่พิสูจน์ถึงศักยภาพของโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมการแข่งขันรวมถึงสมรรถนะของนักแข่งอีกด้วย สำหรับสนามแข่งที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของปีนี้ ยังมีเงื่อนไขพิเศษในรอบจัดอันดับ โดยในรุ่น Pro รถแข่งที่ทำเวลา ได้เร็วที่สุด 6 คันแรกจากรอบ qualification 1 ชั่วโมง ของวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2021 จะได้รับอนุญาตให้เข้ารอบการ จัดอันดับที่เรียกว่า Hyperpole ในวันถัดมา ซึ่งเป็นรอบที่จะใช้ตัดสินเพื่อหาตำแหน่งการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดในการแข่งขัน

นักแข่งสังกัดทีมโรงงาน Porsche GT
Gianmaria Bruni จากประเทศอิตาลี และ Richard Lietz จากประเทศออสเตรีย ที่แฟนๆ คุ้นเคยจากรายการ WEC จะผนึกกำลังกับนักแข่งสายเลือดฝรั่งเศสอย่าง Frederic Makowiecki ซึ่งลงสนามหลังพวงมาลัยรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) หมายเลข 91 สำหรับนักแข่งหนุ่มสายเลือดฝรั่งเศสคนนี้ ได้นำประสบการณ์อันล้ำค่าที่สั่งสมจากการแข่งขันในรายการ 8 ชั่วโมง ณ ประเทศโปรตุเกสที่เพิ่งผ่านมาติดตัวมาด้วย โดยเขาเคยเข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans 24 Hours มามากกว่า 10 ครั้ง โดยในช่วง 4 ฤดูกาลล่าสุดเป็นการลงสนามแข่งร่วมทีมกับ Bruni และ Lietz นักแข่งสังกัด ทีมโรงงานปอร์เช่ ส่วนนักขับชาวฝรั่งเศส Kevin Estre และ Neel Jani ชาวสวิตเซอร์แลนด์ จับมือกับ Michael Christensen อีกเช่นเคยเหมือนในการแข่งขัน WEC ณ สนาม Portim?o เมื่อเดือนมิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา พวกเขาจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ด้วยรถแข่งหมายเลข 92 ซึ่งขณะนี้ Estre และ Jani มีคะแนนสะสมเป็นผู้นำบนตาราง หลังจากเอาชนะคู่แข่งได้ถึง 2 รุ่นจาก 3 สนาม ส่งผลให้ทีมนักแข่งจากทีมโรงงานปอร์เช่ รั้งตำแหน่ง ที่ 2 ห่างจาก ผู้นำอยู่เพียง 7 คะแนนเท่านั้น

ทีมแข่งอิสระ
ทีมแข่งอิสระ 2 ทีม ตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ด้วยรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) ในรุ่น GTE-Pro โดยปกติมักจะเป็นรุ่นหลักที่ทีมโรงงานส่งรถลงแข่ง ซึ่งทีม WeatherTech Racing ได้ไว้วางใจ ให้ Laurens Vanthoor นักแข่งจากประเทศเบลเยียม Earl Bamber นักแข่งจากประเทศนิวซีแลนด์ และ Cooper MacNeil นักแข่งหนุ่มหน้าใหม่ สัญชาติอเมริกัน ประจำการในห้องโดยสาร ตามมาด้วยทีม HubAuto Racing ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศไต้หวัน โดยส่ง Maxime Martin และ Dries Vanthoor 2 นักแข่งจากประเทศเบลเยียม พร้อมด้วย Alvaro Parente จากประเทศโปรตุเกส ลงสนามในการแข่งขันครั้งที่ 89 นี้

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) เจเนอเรชันล่าสุดทั้งหมด 8 คัน จะลงแข่งขันในรุ่น GTE-Am โดยเป็นการผสมระหว่างนักแข่งหน้าใหม่ที่ผ่านการทดสอบฝีมือในระดับ “Bronze” หรือ “Silver” ของ FIA ร่วมทีมกับนักแข่ง มืออาชีพ จากทีม Dempsey-Proton Racing ซึ่งจะลงสนามด้วยรถแข่ง 911 พละกำลัง 515 แรงม้า จาก Weissach เสริมทัพ ด้วยทีมแข่งอิสระจากลูกค้าลงสนามภายใต้ชื่อ Proton Competition ในส่วนของทีม Project 1 จะส่งรถแข่ง ลงสนาม ถึง 2 คัน ตามด้วยทีม Absolute Racing ทีม Herberth Motorsport และทีม GR Racing ที่พร้อมลงขับเคี่ยว ในสนาม Le Mans 24 Hours ด้วยรถแข่งทีมละ 1 คัน

ภาพรวมทีมแข่งปอร์เช่ และนักแข่ง
รุ่น GTE-Pro
Porsche GT Team รถแข่งหมายเลข 91 – R. Lietz (ประเทศออสเตรีย) / G. Bruni (ประเทศอิตาลี) / F. Makowiecki (ประเทศฝรั่งเศส)
Porsche GT Team รถแข่งหมายเลข 92 – K. Estre (ประเทศฝรั่งเศส) / N. Jani (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) / M. Christensen (ประเทศเดนมาร์ก)
HubAuto Racing รถแข่งหมายเลข 72 – M. Martin (ประเทศเบลเยี่ยม) / A. Parente (ประเทศโปรตุเกส) / D. Vanthoor (ประเทศเบลเยียม)
WeatherTech รถแข่งหมายเลข 79 – C. MacNeil (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / E. Bamber (ประเทศนิวซีแลนด์) / L. Vanthoor (ประเทศเบลเยียม)

รุ่น GTE-Am
Absolute Racing รถแข่งหมายเลข 18 – A. Haryanto (ประเทศอินโดนีเซีย) / A. Picariello (ประเทศเบลเยียม) / M. Seefried (ประเทศเยอรมนี)
Team Project 1 รถแข่งหมายเลข 46 – D. Olsen (ประเทศนอร์เวย์) / A. Buchardt (ประเทศนอร์เวย์) / M. Root (ประเทศสหรัฐอเมริกา)
Team Project 1 รถแข่งหมายเลข 56 – E. Perfetti (ประเทศนอร์เวย์) / M. Cairoli (ประเทศอิตาลี) / R. Pera (ประเทศอิตาลี)
Herberth Motorsport รถแข่งหมายเลข 69 – R. Renauer (ประเทศเยอรมนี) / R. Ineichen (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) / R. Bohn (ประเทศเยอรมนี)
Dempsey-Proton Racing รถแข่งหมายเลข 77 – C. Ried (ประเทศเยอรมนี) / M. Campbell (ประเทศออสเตรเลีย) / J. Evans (ประเทศนิวซีแลนด์)
GR Racing รถแข่งหมายเลข 86 – M. Wainwright (ประเทศอังกฤษ) / B. Barker (ประเทศอังกฤษ) / T. Gamble (ประเทศอังกฤษ)
Dempsey-Proton Racing รถแข่งหมายเลข 88 – J. Andlauer (ประเทศฝรั่งเศส) / D. Bastien (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / L. D. Arnold (ประเทศเยอรมนี)
Proton Competition รถแข่งหมายเลข 99 – V. Inthraphuvasak (ประเทศไทย) / F. Latorre (ประเทศฝรั่งเศส) /H. Tincknell (ประเทศอังกฤษ)

เกียรติประวัติชัยชนะของปอร์เช่ในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours
1970 – Herrmann (ประเทศเยอรมนี) / Attwood (ประเทศอังกฤษ) – รถแข่งปอร์เช่ 917 KH
1971 – Marko (ประเทศออสเตรีย) / Van Lennep (ประเทศเนเธอร์แลนด์) – รถแข่งปอร์เช่ 917 KH
1976 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Van Lennep (ประเทศเนเธอร์แลนด์) – รถแข่งปอร์เช่ 936
1977 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Haywood (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Barth (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 936/77
1979 – Ludwig (ประเทศเยอรมนี) / Whittington (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Whittington (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 935 K3
1981 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Bell (ประเทศอังกฤษ) – รถแข่งปอร์เช่ 936
1982 – Ickx (ประเทศเบลเยียม) / Bell (ประเทศอังกฤษ) – รถแข่งปอร์เช่ 956
1983 – Schuppan (ประเทศออสเตรเลีย) / Haywood (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Holbert (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 956
1984 – Pescarolo (ประเทศฝรั่งเศส) / Ludwig (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 956
1985 – Barilla (ประเทศอิตาลี) / Ludwig (ประเทศเยอรมนี) / Krages (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 956
1986 – Bell (ประเทศอังกฤษ) / Stuck (ประเทศเยอรมนี) / Holbert (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 962C
1987 – Bell (ประเทศอังกฤษ) / Stuck (ประเทศเยอรมนี) / Holbert (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่งปอร์เช่ 962C
1994 – Dalmas (ประเทศฝรั่งเศส) / Haywood (ประเทศสหรัฐอเมริกา) / Baldi (ประเทศอิตาลี) – รถแข่ง Dauer ปอร์เช่ 962 LM
1996 – Wurz (ประเทศออสเตรีย) / Reuter (ประเทศเยอรมนี) / Jones (ประเทศสหรัฐอเมริกา) – รถแข่ง TWR ปอร์เช่ WSC-95
1997 – Kristensen (ประเทศเดนมาร์ก) / Alboreto (ประเทศอิตาลี) / Johansson (ประเทศสวีเดน) – รถแข่ง TWR ปอร์เช่ WSC – 95
1998 – Aiello (ประเทศฝรั่งเศส) / McNish (ประเทศอังกฤษ) / Ortelli (ประเทศฝรั่งเศส) – รถแข่งปอร์เช่ 911 GT1
2015 – Bamber (ประเทศนิวซีแลนด์) / Tandy (ประเทศอังกฤษ) / Huelkenberg (ประเทศเยอรมนี) – รถแข่งปอร์เช่ 919 Hybrid
2016 – Jani (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) / Lieb (ประเทศเยอรมนี) / Dumas (ประเทศฝรั่งเศส) – รถแข่งปอร์เช่ 919 Hybrid
2017 – Bernhard (ประเทศเยอรมนี) / Hartley (ประเทศนิวซีแลนด์) / Bamber (ประเทศนิวซีแลนด์) – รถแข่งปอร์เช่ 919 Hybrid

ตารางการแข่งขัน เวลาท้องถิ่นประเทศฝรั่งเศส (เวลาท้องถิ่นประเทศไทย)
วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2021
เวลา 9:00 – 13:00 น. (14:00 – 18:00 น.) – Pre – test session 1
เวลา 14:00 – 19:00 น.(19:00 – 00:00 น.) – Pre – test session 2

วันพุธที่ 18 สิงหาคม 2021
เวลา 14:00 – 17:00 น. (19:00 – 22:00 น.) – Free practice 1
เวลา 19:00 – 20:00 น. (00:00 – 01:00 น. ของวันที่ 19 สิงหาคม 2021) – การแข่งขันรอบจัดอันดับ Qualifying
เวลา 22:00 – 00:00 น. (03:00 – 05:00 น.ของวันที่ 19 สิงหาคม 2021) – Free practice 2

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2021
เวลา 14:00 – 15:00 น. (19:00 – 20:00 น.) – Free practice
เวลา 21:00 – 21:30 น. (02:00 – 02:30 น.ของวันที่ 20 สิงหาคม 2021) – การแข่งขันรอบจัดอันดับ Hyperpole
เวลา 22:00 – 00:00 น. (03:00 – 05:00 น.ของวันที่ 20 สิงหาคม 2021) – Free practice 4

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2021
เวลา 11:30 – 11:45 น. (16:30 – 16:45 น.) – รอบ Warmup
เวลา 16:00 น. (21:00 น.) – เริ่มการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ครั้งที่ 89

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2021
เวลา 16:00 น. (21:00 น.) – สิ้นสุดการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ครั้งที่ 89

รายการโทรทัศน์ และถ่ายทอดสด livestream ผ่าน Porsche Motorsport microsite
การแข่งขัน Le Mans 24 Hours จะออกอากาศผ่านช่อง RTL NITRO televises ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ครั้งแรก หลังจาก RTL Group ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ FIA WEC และ Le Mans 24 ชั่วโมง สำหรับช่องข่าวกีฬา Eurosport จะร่วมรายงานและเกาะติดสถานการณ์การแข่งขันสุดคลาสสิก ครั้งที่ 89 ผ่านทางแอปพลิเคชั่นที่มีการเก็บค่าธรรมเนียม โดย ACO เป็นองค์กรบริหารจัดการระบบถ่ายทอดสดการแข่งขันรถยนต์ ทางเรียบรายการ World Endurance Championship WEC และ Le Mans 24 Hours ในครั้งนี้

ท่านสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) ทีมงาน นักแข่ง และผู้ที่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน Le Mans 24 Hours ฤดูกาลปี 2021 รวมถึงข้อมูล ข่าวสาร เรื่องราวเบื้องหลัง ภาพถ่ายและวิดีโอของการแข่ง ได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://media.porsche.com/motorsport

ความคิดเห็นจากนักแข่งก่อนลงสนาม
Richard Liet (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 91): “เราทำผลงานได้ดีอย่างน่าประหลาดใจในการแข่งขันที่ Monza ซึ่งถือเป็นสนามที่ต้องใช้ความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เช่นเดียวกับ Le Mans 24 Hours นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เรารู้ดีมาตั้งแต่ปีที่แล้วถึงความท้าทายที่จะต้องเผชิญในระหว่างการแข่งขันระยะยาว 24 ชั่วโมง สำหรับผมคาดว่าจะต้องต่อสู้อย่างดุเดือดในรุ่น GTE-Pro และการแข่งขัน Le Mans 24 Hours คือไฮไลท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักแข่งรถทุกคน เราจะทำหน้าที่ของเราให้ยอดเยี่ยมที่สุด ตอนนี้ผมเฝ้ารอคอยเวลาที่จะได้ขับทดสอบ และสัปดาห์แห่งการแข่งขันในประเทศฝรั่งเศส”

Gianmaria Bruni (รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 91): “Le Mans 24 Hours คือการแข่งขันที่ไม่อาจทำนายผลได้ล่วงหน้า ในสนามแห่งนี้ ทีมงาน และนักแข่งต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมกับทุกเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้น ได้ตลอดเวลาสิ่งเหล่านี้ทำให้การพยากรณ์ใดๆ ก่อนการแข่งขันแทบจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลย ผมสร้างมาตรฐาน ให้ปอร์เช่ยืนอยู่บนตำแหน่งโพลมาตลอดการแข่งขัน 3 ฤดูกาลล่าสุด และมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งนั้นต่อไปให้ได้ ผมหวังว่าเราจะทำผลงาน ได้อย่างราบรื่น และได้รับรางวัลตอบแทนอย่างคุ้มค่าในความพยายาม รถแข่งหมายเลข 91 ของเรา เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ของรุ่น ตลอดการแข่งขัน 3 สนามที่ผ่านมา ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของโพเดียม”

Frederic Makowiecki (รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 91): “ผมรู้สึกตื่นเต้นเสมอกับการแข่งขันรายการนี้ และปีนี้ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เพราะไฮไลท์อันยิ่งใหญ่ของฤดูกาลกำลังจะเกิดขึ้นที่นี่ และแฟนๆ กีฬาจะได้กลับเข้ามาส่งเสียงเชียร์ติดขอบสนามอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งสำหรับการแข่งขันในทุกๆ รายการ เนื่องจากปีที่แล้ว มีเพียงความว่างเปล่า กิจกรรมทั้งหมดให้อารมณ์เหมือนการขับทดสอบ ไม่เหมือนกับการแข่งขันระยะยาวสุดคลาสสิก ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก บรรดาผู้ชมที่มีส่วนร่วมให้กำลังใจคือเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้ใน Le Mans 24 Hours เรากำลังจะลงสนามด้วยรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) พร้อมเพื่อนร่วมรุ่นอีก 8 คัน โดยรถทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับเดียวกัน การแข่งขันครั้งที่ 89 นี้เรารู้สึกถึงโอกาสที่ดีสำหรับความสำเร็จ และคิดว่าจะต้องเป็นการแข่งขันที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดอย่างแน่นอน”

Kevin Estre (รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 92): “ในฐานะคนฝรั่งเศส การแข่งขัน Le Mans 24 Hours จะเป็นไฮไลท์ของฤดูกาลอย่างแน่นอน เรายึดตำแหน่งผู้นำบนตารางคะแนนสะสมประเภทนักแข่งเอาไว้ได้ หลังจากคว้าชัยชนะจากการแข่งขันที่ Monza ผมไม่ต้องการแรงกระตุ้นมากกว่านี้อีกแล้ว โดยปีก่อนหน้าเรามีปัญหาเกิดขึ้นเล็กน้อย ที่ Le Mans 24 Hours ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ดีเยี่ยม การได้เรียนรู้จากการแข่งขันครั้งก่อนทำให้รถแข่งของเราพัฒนาขึ้นเยอะมาก หากเราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากทีมงานในระหว่างการขับทดสอบ จะทำให้เรามีบรรทัดฐาน ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการปรับแต่งรถในอุดมคติเพื่อเอาชนะได้ในการแข่งขัน”

Neel Jani (รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 92): “หลังจากชัยชนะของเราที่ Monza เรากำลังมุ่งหน้าไปต่อ ที่ Le Mans 24 Hours ด้วยความเชื่อมั่นและเปี่ยมไปด้วยจิตใจของนักสู้ ถึงแม้ทุกคนจะรู้ดีว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ผมได้เรียนรู้ที่จะรับมือกับลางสังหรณ์ทั้งในแง่บวก และแง่ลบ ผมเข้าร่วมการแข่งขัน ที่ Le Mans 24 Hours มาทุกฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2009 ยกเว้นเมื่อฤดูกาลที่แล้วเท่านั้น ปีนี้จึงทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ได้กลับมายังสนามสุดพิเศษแห่งนี้อีกครั้ง ผมได้มีการเตรียมตัวที่ดี และแทบจะรอไม่ไหวในการออกวิ่งทดสอบ pre-test 1 สัปดาห์ก่อนการแข่งจริง”

Michael Christensen (รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 92): “ผมดีใจที่ได้กลับมาร่วมการแข่งขัน Le Mans 24 Hours อีกครั้ง และยิ่งยินดีมากขึ้นที่ได้รู้ว่าแฟนๆ กีฬาสามารถเข้ามารับชมพวกเราในสนามได้แล้ว ถึงอัฒจันทร์หลักอาจจะไม่เต็มไปด้วยผู้ชมเหมือนเช่นเคย แต่บรรยากาศของ Le Mans 24 Hours จะมีชีวิตชีวาด้วยกำลังใจจากผู้ชม ผมหวังว่าเราจะทำผลงานได้ดี ผมชอบที่จะได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโพเดียม เช่นเดียวกับในปี 2018 เมื่อเราคว้าแชมป์ด้วยรถแข่ง 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR)”

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพยนตร์ และภาพถ่ายเพิ่มเติม ได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com. Twitter channel @PorscheRaces นำเสนอข้อมูลล่าสุดจาก Porsche Motorsport รวมทั้งภาพถ่ายจากขอบสนามแข่งทั่วทุกมุมโลก

เกี่ยวกับ AAS Auto Service
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญ ทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

ที่มา: เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส