PSP ปิดดีลเสริมทัพ “ไทร์ ทู ยู” รุกตลาดธุรกิจยานยนต์ครบวงจร สร้างอีโคซิสเต็มในกลุ่ม เชื่อมเครือข่าย “เซฟไทร์” 214 สาขาทั่วประเทศ

PSP ปิดดีลเสริมทัพ “ไทร์ ทู ยู” รุกตลาดธุรกิจยานยนต์ครบวงจร สร้างอีโคซิสเต็มในกลุ่ม เชื่อมเครือข่าย “เซฟไทร์” 214 สาขาทั่วประเทศ

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ประกาศปิดดีลเชิงกลยุทธ์ เข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท ไทร์ ทู ยู จำกัด (Tyre To U) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับสากลกว่า 6 แบรนด์ในประเทศไทยและผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายร้านขายยางรถยนต์ “เซฟไทร์” พร้อมด้วย บริษัท กู๊ดไรด์ ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยางจักรยานยนต์แบรนด์ชั้นนำ หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 โดยการเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นการขยายธุรกิจครั้งสำคัญของ PSP สู่ตลาดยานยนต์ครบวงจร ผ่านเครือข่ายร้านยางกว่า 214 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมยางทุกเซกเมนต์ทั้งรถยนต์นั่ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถบรรทุก และรถมอเตอร์ไซค์ ด้วยยอดจำหน่ายรวมมากกว่า 2 ล้านเส้นต่อปี พร้อมต่อยอดกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ส่งเสริมธุรกิจในกลุ่ม (Synergized Initiatives) สร้างอีโคซิสครบวงจร เชื่อมโยงกับธุรกิจในเครือ เพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในระยะยาว

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร เปิดเผยว่า PSP ได้เข้าลงทุน 100% ในบริษัท ทีทียู โฮลดิ้ง จำกัด (TTU Holding) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้น 100% ในบริษัท ไทร์ ทู ยู จำกัด (Tyre To U) และบริษัท กู๊ดไรด์ ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Goodride Tyre (Thailand)) ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ส่งเสริมธุรกิจในกลุ่ม PSP ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lubricating the Future” ที่มุ่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัทฯ พร้อมเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ กระจายความเสี่ยง และขยายโอกาสในการเติบโตในอนาคต

“การเสริมทัพครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ต่อยอดธุรกิจของ PSP สู่อุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจร ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เรามองเห็นโอกาสในการสร้าง Synergy หลายมิติ ทั้งการกระจายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม PSP ผ่านเครือข่ายร้านยางกว่า 214 สาขา การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มอะไหล่ยานยนต์ WhatsEGG เพื่อสร้างระบบนิเวศบริการยานยนต์แบบครบวงจร การต่อยอดธุรกิจน้ำมันผสมยาง ตลอดจนการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ผ่านบริษัทในเครือ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอีโคซิสเต็มของกลุ่ม PSP และผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายเสกสรร กล่าว

สำหรับ Tyre To U และ Goodride Tyre (Thailand) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายยางรถยนต์ที่มีรากฐานยาวนานกว่า 60 ปี โดยเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยางแบรนด์ชั้นนำระดับสากลแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกอบด้วย KUMHO TIRE (อันดับ 1 ของเกาหลี) ครอบคลุมยางรถยนต์พรีเมียม ซูเปอร์คาร์ และรถยนต์ไฟฟ้า, GOODRIDE (จาก ZC Rubber บริษัทยางรถยนต์อันดับ 1 ของจีน), BLACKHAWK (จาก Sailun บริษัทยางรถยนต์อันดับ 2 ของจีน), TRIANGLE, และ GOLDEN CROWN สำหรับยางรถบรรทุก พร้อมด้วยแบรนด์ของตนเอง NAZZ ที่ครอบคลุมยางรถยนต์ ยางมอเตอร์ไซค์ และล้อแม็ก โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงระดับคุ้มค่า (Tier-2 และ Tier-3) ซึ่งเป็นกลุ่มแบรนด์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

จุดแข็งสำคัญของกลุ่มธุรกิจประกอบด้วยเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านระบบแฟรนไชส์ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ “เซฟไทร์” (Save Tyre) 200 สาขา “ไทร์ โปร” (Tyre Pro) 10 สาขา และ “นักเลงสายซิ่ง” (Racing) 4 สาขา รวมทั้งสิ้น 214 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 สาขา และเขตปริมณฑล 33 สาขา ผนวกกับช่องทางจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ทั้งร้านค้าปลีก (Retail) และร้านค้าส่ง (Wholesale) ช่องทางออนไลน์ และลูกค้าองค์กรชั้นนำ อาทิ ฟลีตรถยนต์ ฟลีตรถบรรทุกขนส่ง บริษัทรถเช่า บริษัทแท็กซี่ นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของตนเองเพื่อการบริหารจัดการธุรกิจ (In-house Software Platform) ที่รองรับการบริหารจัดการครบวงจร การสั่งซื้อสินค้า การจัดการการขาย การจัดการคลังสินค้า และฐานข้อมูลลูกค้า ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์สำคัญต่อการขยายธุรกิจในอนาคต

ด้าน นายนวพงศ์ เธียรประเสริฐกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทร์ ทู ยู จำกัด และ บริษัท กู๊ดไรด์ ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PSP ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับศักยภาพของทั้งสองบริษัทในการเสริมแกร่งและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด Fast Fit และตลาดยางรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ยางรถยนต์นั่ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถบรรทุก ไปจนถึงรถมอเตอร์ไซค์

“ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และยางมอเตอร์ไซค์มากกว่า 60 ปี ผนวกกับเครือข่ายร้าน ‘เซฟไทร์’ 214 สาขาทั่วประเทศ และระบบซอฟต์แวร์ภายในที่เราพัฒนาขึ้นเอง การผนึกกำลังกับ PSP จะช่วยเสริมศักยภาพของเราในหลายมิติ ทั้งการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านอีโคซิสเต็มของกลุ่ม การเข้าถึงลูกค้าองค์กรรายใหญ่ และการขยายเครือข่ายร้านยางให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เรามั่นใจว่าการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PSP จะทำให้ทั้งแบรนด์ ‘เซฟไทร์’ ในตลาดยางรถยนต์ และแบรนด์ยางมอเตอร์ไซค์ที่เราจัดจำหน่าย ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดของประเทศไทย พร้อมส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม” นายนวพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ตลาดยางรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 5.0 – 5.8% ต่อปี ในช่วงปี 2568 – 2573 จากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ทั้งโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากภาครัฐ การเติบโตของ E-commerce การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และยอดขายรถยนต์ภายในประเทศที่คาดว่าจะเติบโต 4.0 – 5.0% ต่อปี โดยเครือข่าย 214 สาขาของกลุ่ม Tyre To U จัดอยู่ในกลุ่มผู้นำของอุตสาหกรรม Fast Fit ของไทย การเข้าลงทุนครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Lubricating the Future” ของ PSP ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการขยายอีโคซิสเต็มของกลุ่ม และเตรียมความพร้อมต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ในห่วงโซ่คุณค่ายานยนต์ในอนาคต