เปิดเบื้องหลังแชมป์ยอดขายรถบรรทุกยุโรปอันดับหนึ่ง สแกนเนีย เผยกลยุทธ์เคาะสเปกรถอย่างเข้าใจทั้งเจ้าของและคนขับ

เปิดเบื้องหลังแชมป์ยอดขายรถบรรทุกยุโรปอันดับหนึ่ง สแกนเนีย เผยกลยุทธ์เคาะสเปกรถอย่างเข้าใจทั้งเจ้าของและคนขับ

เน้นถูกต้อง-ถูกใจ-ถูกงาน เสริมอบรมทักษะนักขับให้ใช้รถได้เต็มประสิทธิภาพ

สแกนเนีย แง้มความสำเร็จแชมป์ยอดขายรถบรรทุกค่ายยุโรป เริ่มที่เคาะสเปกรถ เก็บทุกรายละเอียด ความต้องการลูกค้าทั้งเจ้าของและคนขับ ใช้จุดแข็งระบบวิศวกรรมชิ้นส่วนมาตรฐาน (Modular System) จัดสรรชิ้นส่วนวิศวกรรมระดับโลกให้ตรงโจทย์ ถูกต้อง-ถูกใจ-ถูกงานธุรกิจขนส่งและกฎหมายไทย พร้อมเสริมการอบรมยกระดับทักษะพนักงานขับรถ ทั้งด้านเทคนิคเพื่อการใช้รถอย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และปลูกฝังการเป็นนักขับคุณภาพ

นายวีรพจน์ เอียดทองใส ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมก่อนการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เผยถึงหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยผลักดันให้ สแกนเนีย เป็นแชมป์ยอดขายรถบรรทุกค่ายยุโรปในไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ว่า หัวใจสำคัญก่อนการนำเข้ารถรุ่นใหม่ลงสู่ตลาด คือ การศึกษาลักษณะหน้างานและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยทีมวิศวกรรมจะประสานกับฝ่ายขายและการตลาด ลงพื้นที่เก็บข้อมูลการใช้งานจริง รวมถึงดูข้อกำหนดทางกฎหมายไทย เช่น ข้อจำกัดเรื่องพิกัดน้ำหนักและความสูง เพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องและใช้งานได้จริง ฝ่ายวิศวกรรมต้องทำหน้าที่เชื่อมประสานข้อมูลความต้องการลูกค้าและฝ่ายขาย เพื่อให้กำหนดสเปกรถที่จะนำมาจำหน่ายได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ สแกนเนียยังใส่ใจกับรายละเอียดของตลาดขนส่งไทยที่มีความเฉพาะตัว โดยเฉพาะแนวโน้มของกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ ทายาทธุรกิจ รวมถึงพนักงานขับรถเจนเนอเรชันใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ “รูปลักษณ์และภาพลักษณ์ความพรีเมียม” สูงมาก บางรายให้คะแนนความพึงพอใจไปแล้วถึง 70-80% เพียงแค่เห็นความหรูหราของตัวรถและห้องโดยสาร โดยมีเงื่อนไขว่าสมรรถนะ เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังต้องตอบโจทย์งานควบคู่กัน ซึ่งรูปลักษณ์และภาพลักษณ์ของรถสแกนเนียมีความเป็นรถยุโรปพรีเมียมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ ส่วนด้านสมรรถนะพื้นฐานลูกค้าให้การยอมรับอยู่แล้ว ซึ่งความยอดเยี่ยมของรถมาจากแนวคิดการใช้ปรัชญา ระบบโมดูลาร์ (Modular System) ที่นำชิ้นส่วนมาตรฐานระดับโลกนับพันชิ้นมาประกอบร่วมกัน ทำให้ทีมวิศวกรรมสามารถเลือกผสมผสานและปรับสเปกรถได้อย่างอิสระเกิน 50% ทั้งขนาดเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และอัตราทด ฯลฯ เพื่อให้ได้รถที่พอดีกับลักษณะงานโดยไม่สิ้นเปลืองต้นทุน และไม่ลดทอนประสิทธิภาพ การส่งมอบรถจึงไม่ใช่แค่การขายยานยนต์ แต่เป็นการส่งมอบงานวิศวกรรมชั้นเลิศที่คิดมาเพื่อลูกค้าอย่างแท้จริง

โดยความใส่ใจของ สแกนเนีย ไม่ได้อยู่แค่เรื่องประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถเท่านั้น แต่หนึ่งในดีเอ็นเอที่ไม่ละเลย คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นใครในห่วงโซ่ธุรกิจขนส่ง โดยเฉพาะพนักงานขับรถ เรามองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและสำคัญ ดังนั้นภายในห้องขับขี่จึงได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ช่วยลดความเหนื่อยล้า บาดเจ็บ หรือความเครียดจากการทำงานระยะยาว เพราะหากคนขับได้ขับรถที่ดี ปลอดภัย และไม่เหนื่อยล้า ความปลอดภัยบนท้องถนนโดยรวมของสังคมก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ส่วนตลาดรถบรรทุกประเทศไทยวันนี้สแกนเนีย มีโมเดลมาตรฐานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งาน ทั้งรุ่นหัวเก๋งขนาดเล็กสำหรับงานระยะสั้นและวิ่งตู้คอนเทนเนอร์ (เช่น รุ่น P 420 CP17L), รุ่นหัวเก๋งขนาดใหญ่ถังน้ำมันคู่ 835 ลิตร สำหรับงานระยะไกลข้ามแดน (เช่น รุ่น P 420 CP20H) และรุ่น 2 เพลา สำหรับงานบรรทุกหนัก 70-80 ตัน (เช่น รุ่น P 460 CP20H 6X4) นอกจากนี้ ยังมีรถพิเศษ (S-Order) เพื่องานเฉพาะทางหรือกิจการพิเศษ เช่น รถหัวลากหนักระดับ 200-250 ตัน รถดับเพลิงหรือรถป้องกันสาธารณภัย รถขุดเจาะ ฯลฯ สำหรับคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่กำลังหารถใหม่ไว้ใช้งานท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันที่สูง และการแข่งขันนั้น แนะนำว่าควรพิจารณาจาก “ความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้จริงก่อน” รถสแกนเนียขึ้นชื่อเรื่องการประหยัดน้ำมันทุกรุ่นอยู่แล้ว หากต้องการเริ่มต้นสร้างผลกำไรและเห็นผลเรื่องความประหยัดที่ชัดเจนให้เริ่มในรุ่นที่เข้าถึงง่ายก่อน เพื่อนำไปทดลองใช้งานจริง สร้างกระแสเงินสดและตั้งตัวให้ธุรกิจมั่นคง เมื่อธุรกิจเติบโตแข็งแรงแล้ว ค่อยขยับไปรุ่นที่มีออปชันสูงขึ้น ขอให้มั่นใจว่ารถสแกนเนียทุกคัน ล้วนยึดถือ 3 ถูก คือ ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด ถูกใจในรูปลักษณ์ของลูกค้าทุกกลุ่ม และถูกสเปกเหมาะสมกับทุกลักษณะงาน

ด้าน นายอำนาจ ทองทัย ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษาด้านการขับขี่ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการอบรมเพื่อเสริมทักษะในการขับขี่ว่า แม้ตัวรถจะได้รับการออกแบบและวางสเปกมาอย่างยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ตัวแปรสำคัญที่สุดในการตัดสินต้นทุนโดยรวมของธุรกิจขนส่ง (Total Operating Cost) คือ “พนักงานขับรถ” ซึ่งควบคุม 3 ต้นทุนใหญ่ ได้แก่ การประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัย และการสึกหรอของตัวรถ ดังนั้นสแกนเนียจึงจัดหลักสูตรอบรมผู้ขับขี่เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนจากคนที่ ‘ขับรถได้’ ให้กลายเป็น ‘นักขับมืออาชีพที่ขับเป็น’ รู้จักฟังก์ชันขั้นสูงของรถอย่างเต็มที่ เช่น ระบบเกียร์ Opticruise, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบป้องกันการลื่นไถล และเทคนิคการควบคุมรถขึ้น-ลงทางลาดชัน

หลักสูตรฝึกอบรมของสแกนเนียเน้นการปฏิบัติจริงควบคู่กับทฤษฎี โดยไม่ได้มุ่งสอนเฉพาะการใช้ฟังก์ชันของรถเท่านั้น แต่ที่แตกต่างจากหลายค่าย คือ การวางแผนการขับขี่และการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า เช่น การบริหารความเร็วเพื่อไม่ให้รถหยุดนิ่งสนิทก่อนถึงสัญญาณไฟจราจร เพราะการหยุดแล้วออกตัวใหม่ของรถบรรทุกหนัก 50 ตัน ต้องไล่เกียร์และสิ้นเปลืองน้ำมันสูงถึง 1 ลิตรต่อครั้ง รวมถึงการคำนวณปริมาณน้ำมันและระยะทาง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนน้ำมันได้อย่างแม่นยำ รวมถึงปลูกฝังแนวคิด (Mindset) ความเป็นเจ้าของรถให้แก่นักขับ โดยตั้งคำถามกับนักขับเสมอว่า ถ้านี่คือรถของคุณเอง คุณจะขับแบบนี้ไหม เมื่อคนขับรู้สึกรักและหวงแหนรถ พฤติกรรมเสี่ยงอย่างการขับปาดหน้า มุด แทรก หรือฝ่าไฟแดงจะลดลง การประเมินสถานการณ์อย่างการลุยน้ำท่วมต้องประเมินความเสียหายก่อนเสมอ ฯลฯ ซึ่งการอบรมพัฒนาทักษะเพื่อยกระดับพนักงานขับรถจนได้รับใบรับรองจากสแกนเนีย ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการเดินรถและสร้างแรงจูงใจให้คนขับผ่านเงินรางวัลประหยัดน้ำมันเท่านั้น แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการ ในการนำมาตรฐานคนขับและรถขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปยื่นเสนอเพื่อรับงานระดับสากล และยังนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการอบรมไปขอลดหย่อนภาษีกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของ สแกนเนีย ติดต่อได้ที่โทร 020179200 หรือติดตามความเคลื่อนไหวของ สแกนเนีย ได้ที่ Facebook : Scania Thailand Group